History

การแพทย์แผนไทยเริ่มปรากฎหน่วยงานแพทย์อย่างจริงจังในสมัยรัชกาลที่ 1 กรมพระโอสถได้จัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรก ต่อมา ได้เปลี่ยนมาเป็นกรมพยาบาล และเปิดร้านขายยาขึ้นชื่อว่า "โอสถศาลา" ซึ่งใช้เป็นคลังยาของราชการ และที่ทำการของแพทย์ด้วย

ในปี พ.ศ. 2445 รัฐบาลได้ขยายโอสถศาลาใหม่อีกแห่งเรียกว่า "โอสถศาลาของรัฐบาล" โดยจ้างเภสัชกรชาวเยอรมัน ให้ดำเนินการผลิตและจำหน่ายยาแก่หน่วยงานราชการต่างๆ และปีเดียวกันได้จัดตั้ง "โอสถสภา" ขึ้นเพื่อผลิตยาสำหรับราษฎรทั่วไป หลังจากนั้นโอสถสภาได้รวมกับโอสถศาลาของรัฐบาล และผลิตยาฝรั่งขึ้นเอง ซึ่งในระยะแรกไม่เป็นที่นิยมของราษฎร จึงได้ผลิตยาไทยขึ้น 10 ขนาด และ 1 ในนั้นคือ "ยาอุทัย" สูตรยาอุทัยปรากฎอยู่ในตำราแพทย์หลายเล่ม ซึ่งล้วนมาจากแหล่งความรู้เดียวกัน คือ สมาคมโรงเรียนแพทย์แผนโบราณของไทย หรือ วัดโพธิ์ นั่นเอง ถ้าจะไปดูที่วัดโพธิ์ ตรงเสาระเบียงที่ 8 แผ่นที่ 1 บริเวณพระเจดีย์ ได้กล่าวถึงยาชนิดหนึ่งชื่อว่า "ทิพย์สำราญ" สรรพคุณคล้ายคลึงกับอุทัยทิพย์ คือ แก้ลม วิงเวียง บำรุงหัวใจ

นอกจากนี้ยังพบยาอีกขนานหนึ่งชื่อว่า "ยาจักรทิพย์" ก็มี สรรพคุณเหมือนกันอีกคือ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ ที่น่าสนใจคือ ทั้งยาทิพย์สำราญ และยาจักรทิพย์ มีสูตรยาใกล้เคียงกันกับยา อุทัยทิพย์ในปัจจุบัน

"อุทัยทิพย์" สมุนไพรไทยที่สกัดจากพฤกษาธรรมชาต 32 ชนิด อันได้แก่ ฝาง, ดอกคำฝอย, หญ้าฝรั่น, มะลิ, พิกุล, บุนนาค, บัวหลวง เป็นต้น ซึ่งนับเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยที่สร้างไว้จากอดีต...สู่ปัจจุบัน สีของอุทัยทิพย์ที่มีสีแดงสกัดมาจากสีของไม้ฝางซึ่งเป็นสีที่มาจากธรรมชาติ แล้วยังมีสรรพคุณในการบำรุงเลือด บำรุงหัวใจอีกด้วย.....